อาการที่มักจะเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์

อาการที่มักจะเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์

ในขณะที่ตั้งครรภ์ตลอด 9 เดือนหรือบางคนอาจจะใช้เวลามากกว่า 9 เดือน จะเกิดอาการที่มักจะปรากฏให้เห็นกับบางคนแตกต่างกันไป อาการบางอย่างก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และบางอาการก็จำเป็นต้องพบแพทย์ผู้เชียวชาญโดยด่วนเช่นกัน

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง

คุณแม่หลายคนเกิดอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงไม่สามารถอดทนได้ การเกิดอาการแพ้ท้องนั้นไม่รู้กลไกที่แน่นอน แต่ทั้งนี้เท่าที่ทราบ เกิดจากระดับฮอร์โมนที่สร้างจากทารกที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรก ๆ หลังจากนั้นเมื่อผ่านไป 3 เดือน ภาวะดังกล่าวจะหายไปเองและจะกลับ เข้าสู่ภาวะปกติ แต่มีคุณแม่บางท่าน ที่อาจเกิดอาการแพ้ท้องอย่างมาก และนานเนื่องจากปัญหาจากครรภ์ที่ผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์โดย ด่วนอาจเนื่องจากการตั้งครรภ์แฝด ครรภ์ไข่ปลาอุกคือภาวะที่ทารกเจริญผิดปกติแต่ไม่มีตัวเด็ก

อาการแพ้ท้องนั้นจะเป็นอยู่ ประมาณ 3 เดือน ขณะที่มีอาการควรนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกําลังกาย ตามที่แพทย์สั่ง คนใกล้ชิดจะต้องดูแล เอาใจใส่เป็นพิเศษ หากมีอาการรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจให้ยาแก้แพ้ มาทานหากอาการยังไม่ดีขึ้น หรือทุเลาลงจะมีการฉีดน้าเกลือเข้าเส้นเลือด หรือพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง อาจเกิดอันตรายกับทารกในครรภ์ได้

อาการที่คุณพ่อแพ้ท้องแทนนั้นไม่ใช่การแพ้ท้องจริงหากแต่เส. ความวิตกกังวลหรือสภาพจิตใจที่คุณพ่ออยากมีลูกมากเกินไปนั่นเอง อาการ แพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์อาจเกิดหลังจากตื่นนอนใหม่ๆ บางคน .. อาการหงุดหงิด วิธีการแก้ไขด้วยการรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เพื่อ ลด ความรุนแรงของการแพ้ท้องลง อีกทั้งไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันมาก เช่น ของทอดเนื่องจากอาหารเหล่านี้จะมีกลิ่นที่ทําให้เกิดการอาเจียนมากขึ้น การ รับประทานอาหารควรกินครั้งละไม่มาก แต่เพิ่มความถีให้มากขึ้นกว่าเดิม

ฝ่าและผิวหนังคล้ําขณะตั้งครรภ์

ข้อเท็จจริงที่คุณแม่ตั้งครรภ์นั้นเกิดมีฝ้าดําๆ ขึ้นตรงแก้มใกล้จมูก ทั้งสองข้างตามทรวงอก เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า เอสโตรเจน ซึ่ง จะมีมากในช่วงการตั้งครรภ์ บางคนอาจมีผิวหนังบริเวณรักแร้ขาพับ ขาหนีบ มีสีดําคล้ํากว่าปกติอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฮอร์โมน ชนิดนี้ นั้นเอง อีกทั้งผู้ตั้งครรภ์จะมีเส้นสีดําเป็นทางยาวเห็นได้ชัดตั้งแต่ลิ้นปี จนถึง หัวเหน่า ผิวหนังสีคล้ําแบบนี้จะค่อยๆ หายไปเองหลังคลอด อยู่ที่ว่า บางคน อาจหายเร็วหรือช้าต่างกันออกไปจนหมดไม่เหลือไว้ ส่วนเรื่องที่คุณแม่ตั้ง ครรภ์เป็นกังวลกันมากคือเรื่องท้องลาย บางคนท้องลาย บางคนผิวหนัง ยืดหยุ่นดีจะไม่ลาย ส่วนผู้ที่มีอาการท้องลายนั้นไม่ต้องกังวลจนเกินไป อาการที่เกิดขึ้นจะหายไปเอง แต่ขณะที่เกิดอาการท้องลายจะเกิดอาการคัน ถ้าหาก เกามากๆ จะเกิดแผลอักเสบและเกิดผิวคล้ําแทนผิวลายได้

อาการตกขาว

อาการตกขาว

ในช่วงการตั้งครรภ์จะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณช่องคลอดและมดลูกมากขึ้นกว่าเดิมและมีฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้นด้วย ตามปกติระดูขาวที่เกิด ขึ้นจะเกิดกับผู้หญิงทุกคนแต่จะมีมากหรือน้อยต่างกันออกไป แต่ขณะมีการ ตั้งครรภ์จะมีตกขาวมากเกินปกติ ต้องรีบพบแพทย์โดยทันทีหากปล่อยทิ้งไว้ อาจจะเป็นเชื้อรา เชื้อพยาธิ เชื้อแบคทีเรียอาจเกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์

อาการท้องผูก

อาการท้องผูกสําหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นเกิดจากหลายสาเหตุดังนี้

  1. การรับประทานอาหารที่มีกากใยหรือไฟเบอร์น้อย
  2. ขาดการออกกําลังกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า ห้ามออกกําลังกายขณะตั้งครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์จึงได้แต่นั่งและนอนทําให้ลําไส้ ไม่มีการเคลื่อนไหว ทําให้อุจจาระคั่งค้างอยู่นาน ขับถ่ายไม่สะดวก จึงทําให้ ลําไส้ใหญ่ดูดน้ําจากอุจจาระได้ที่ละน้อยอุจจาระจึงแห้งแข็งถ่ายลําบาก หรือ ไม่ถ่ายหลายๆ วัน
  3. เกิดจากมดลูกไปกดลําไส้ใหญ่ มดลูกกดลําไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทวารหนัก ทําให้เกิดอาการท้องผูก เมื่อท้องใหญ่ขึ้นทําให้มดลูกใหญ่ขึ้นจึงกด ทับตลอดแนว จึงเกิดอาการท้องผูกได้
  4. เกิดจากความผิดปกติของร่างกายเอง ที่มีการหลังของฮอร์โมน โปรเจสโตรเจน เกิดการหดรัดของกล้ามเนื้อลําไส้ลดลง จึงทําให้เกิดอาการ ท้องผูกยิ่งใกล้คลอดฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนมีมาก ทําให้เกิดอาการท้องผูกมากขึ้น